ทักษะทางการเงินที่ควรรู้

วันอังคารที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2554

ตอนที่ 3 มีนาคม วันเกิดพ่อ กับความจริงที่เพิ่มรู้

วันอังคารที่ 1 มีนาคม

เมื่อเร็วๆนี้ฉันได้ไปร่วมงานเกษียณอายุการทำงานเป็นข้าราชการของคุณพ่อของฉัน คุณพ่อเป็นคนที่ทุ่มเทอย่างเต็มที่ในการทำงานทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นการทำงานรับใช้ชาติในฐานะข้าราชการแผ่นดินที่มีความซื่อสัตย์ และในฐานะผู้ประกอบกิจการส่วนตัว ค่ะ คุณพ่อของฉันเป็นหมอที่ทำงานทั้งให้กับโรงพยาบาลรัฐและในขณะเดียวกันก็เปิดคลีนิกรักษาคนไข้ร่วมกับคุณแม่ซึ่งก็เป็นหมอเหมือนกันไปด้วย

วงจรชีวิต (Life Cycle)





มูลค่าเงินตามเวลา (Time Value Money)



สรุปผลการบริหารเงินครอบครัว

รายรับต่อเดือน(จากเงินเดือนคุณสามีเหมือนเดิม) xxxx บาท
รายจ่ายต่อเดือน xxxxx บาท
ส่วนต่าง xxxx บาท
มูลค่าสินทรัพย์ xxxxx บาท
มูลค่าหนี้สิน xxxxx บาท

สถานะทางการเงิน: กระแสเงินสดติดลบแดงแจ๋ ต้องใช้เงินเก็บมาขัดตาทัพไปก่อน

ความรู้ทางการเงิน -1 เต็ม 10 ให้คะแนนตัวเองเพิ่ม 1 คะแนน อย่างน้อยก็รู้ตัวเลขรายจ่ายต่อเดือนแล้ว ถึงจะยังติดลบอยู่ก็ตาม

วันอังคารที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2554

ตอนที่ 2 กุมภาพันธ์ รักอย่างมีเป้าหมาย

วันอังคารที่ 1 กุมภาพันธ์


วันนี้ฉันกลับมานั่งคิดถึงอดีตตั้งแต่เริ่มมีรายได้เป็นของตัวเองจนถึงวันที่ลาออกจากที่ทำงานวันสุดท้าย สิ่งที่ฉันไม่ได้ทำคือการวางแผนทางการเงิน ฉันไม่เคยตั้งเป้าหมายทางการเงินที่ชัดเจน ฉันอาจจะเคยบอกตัวเองว่าอยากเก็บเงินเรียนต่อปริญญาโทด้าน animation ในต่างประเทศด้วยตัวเอง แต่ฉันก็ไม่เคยเอาจริงเอาจังกับมันมากนัก สุดท้ายการไปเรียนต่อต่างประเทศด้วยเงินของตัวเองนั้น กลับกลายเป็นเพียงแค่การฝันลมๆแล้งๆไปในที่สุด อย่างไรก็ดีด้วยปัจจัยหลายๆอย่างฉันก็ได้เรียนจนจบปริญญาโทด้านการบริหารจัดการจากสถาบันในประเทศที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง เลยทำให้เข้าใจว่าการตั้งเป้าหมายที่ดีนั้นจริงๆแล้วต้องเป็นอย่างไร

การตั้งเป้าหมายอย่างชาญฉลาด หรือที่เรียกกันว่า SMART Goal คือการตั้งเป้าหมายที่ต้อง

Specific มีความชัดเจน
Measurable สามารถวัดผลได้
Accountable สามารถอธิบายให้ผู้อื่นฟังได้
Realistic ตั้งอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง
Time based สามารถทำให้สำเร็จได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด

และอาจารย์ยังได้สอนอีกว่าถ้าฉันอยากจะตั้งเป้าหมายที่ฉลาดกว่านั้นขึ้นไปอีก ฉันก็อาจจะเพิ่ม
Enjoyable มีความสนุกสนาน ท้าทาย น่าตื่นเต้น
Recorded มีการจดบันทึกไว้เพื่อเตือนความจำ
ซึ่งฉันก็จะได้ SMART+ER Goal แทน

และเมื่อนำหลักการตั้งเป้าหมาย SMARTER goal มาใช้กับการตั้งเป้าหมายทางการเงินฉันพบว่าเพื่อที่จะให้เป้าหมายของฉันมีความชัดเจน ฉันต้องประเมินตัวเลขค่าใช้จ่ายที่ต้องเกิดขึ้นจากกิจกรรมต่างๆ เรียงลำดับตามความสำคัญและความเร่งด่วนเสียก่อน เพื่อที่จะได้เห็นภาพคร่าวๆ ว่าแล้วในอนาคตฉันต้องการใช้เงินซักเท่าไหร่เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการนั้นๆ

นี่คือตัวอย่างวิธีการประเมินตัวเลขรายรับและราย จ่ายที่ใช้ประกอบการตั้งเป้าหมายทางการเงินอย่างง่ายๆของฉัน ซึ่งปรับปรุงมาจากงบการเงินส่วนบุคคล ซึ่งคิดว่าจะต้องทบทวนเพื่อจัดทำเป็นงบการเงินครอบครัวของเราเสียทีในเร็วๆนี้ล่ะ


ซึ่งหน้าตาเป้าหมายที่ฉันตั้งจากการใช้หลักการตั้งเป้าหมายอย่างชาญฉลาดก็คือ

"ภายในปี 2015 ฉันจะต้องมีรายได้จากการขายลิขสิทธิ์งานเขียนและผลิตภัณฑ์อื่นๆ ลงทุนในตราสารทางการเงิน ทองคำและอสังหาริมทรัพย์ เพื่อให้เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายต่างๆในครอบครัว สำรองเผื่อฉุกเฉิน เก็บออมและลงทุนเพื่ออนาคต คิดเป็นเงินอย่างน้อย 120,000 บาทต่อเดือน ให้ได้"

จากนั้นฉันก็จะมาดูว่าแล้วในปัจจุบันฉันมีสถานะทางการเงินเป็นอย่างไร และจะมีช่องทางใดบ้างที่ฉันจะสามารถเพิ่มรายรับได้บ้าง แต่ก่อนที่จะไปถึงบทสรุปว่าแล้วฉันจะต้องทำอย่างไรจึงจะบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ฉันต้องไม่ลืมความจริงเกี่ยวกับ วัฎจักรของการหาเงินและมูลค่าเงินตามเวลา ซึ่งจะมีกล่าวถึงในบทต่อไป

Download: Financial Goal Setting Template


สรุปผลการบริหารเงินครอบครัว

รายรับ บาท
รายจ่าย บาท
ส่วนต่าง บาท
ทรัพย์สิน บาท
หนี้สิน บาท

สถานะทางการเงิน: มีกระแสเงินสดเป็นบวกเล็กน้อย

ความรู้ทางการเงิน: 1 เต็ม 10 เริ่มมีเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจนแล้ว ที่เหลือคือขั้นตอนลงมือปฏิบัติ


วันอังคารที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2554

ตอนที่ 1 มกราคม ขึ้นปีใหม่ อะไรๆก็ใหม่

วันเสาร์ที่ 1 มกราคม


ปีใหม่ของฉันปีนี้งานเข้าตั้งแต่ต้นปี อยู่ดีๆคุณสามีของฉันโดนลดเงินเดือน แถมตัดสวัสดิการทุกอย่างอีกต่างหาก ลูกจ้างรายวันเขาได้ขึ้นค่าแรงกัน สามีเราดันโดนลดซะงั้น งงเลย มีอย่างที่ไหน วันปีใหม่ทั้งที ก็น่าจะเป็นวันหยุดพักผ่อนรอรับเรื่องดีๆที่จะเกิดในปีใหม่ นี่ถ้าเป็นคนอื่น คงไม่มีบริษัทไหนแจ้งข่าวร้ายให้ลูกน้องในที่น่าจะฉลองแบบวันนี้หรอก แต่นี่สามีเราดันทำงานในบริษัทของครอบครัว พอนัดฉลองปีใหม่ก็เลยถือโอกาสบอกให้เรารู้ โอ๊ยๆๆๆ แล้วทีนี้แม่บ้านอย่างฉันไร้งานประจำอย่างฉันจะทำไงดีล่ะเนี่ย คงต้องเริ่มจัดการกับการเงินของครอบครัวเราใหม่ซะแล้ว เชอะ คนอย่างฉันไม่ยอมแพ้หรอก ตัดเงินเดือนเหรอ ยังไงฉันก็ต้องหาทางเพิ่มรายได้ให้ครอบครัวของให้ได้ อย่างน้อยภายในสิ้นปีนี้ฉันจะต้องมีหาเงินจากการลงทุน หรือจากการทำธุรกิจอะไรซักอย่างเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับครอบครัวเราได้สิน่า อืมๆๆ แต่ก็นะ ก็พูดเสียเท่ห์ จริงๆก็ยังไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับการลงทุนกะเขาซักหน่อย

แล้วจะเริ่มยังไงดีล่ะ ฉันมันคนประเภทไม่ค่อยจดบันทึกรายรับรายจ่ายของตัวเองซักเท่าไหร่ซะด้วยซิ คิดจะบริหารเงิน ให้มันทำงานให้ ก็ต้องรู้จักควบคุมเงินของตัวเองให้ได้ซะก่อน การบริหารเงินแบบของฉันตั้งแต่สมัยเริ่มทำงานมีเงินเดือนอย่างมากก็ทำแค่แยกบัญชีเงินออม และบัญชีเงินใช้จ่ายเอาไว้ แล้วก็ควบคุมรายจ่ายให้น้อยกว่ารายรับแค่นั้นเอง มันก็พอใช้ได้อ่ะนะ แต่ตอนนี้สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว เข้าขั้นฉุกเฉินเลยล่ะ แล้วจะเริ่มยังดีล่ะ คิดไปคิดมาอย่างน้อยลองรวบรวมจำนวนเงินทั้งเงินเก็บและเงินเดือนคุณสามีในอนาคตของปีนี้(หวังว่าคงจะไม่มีการประกาศลดลงอีกนะ ซิกๆ)ที่สามารถเอามาใช้จ่ายได้ เอามาเปรียบเทียบกับรายจ่ายในบ้านดูก่อนก็แล้วกัน อย่างน้อยก็จะได้รู้ว่าตอนนี้ครอบครัวเรามีรายจ่ายอยู่เท่าไหร่ แล้วจ่ายค่าอะไรบ้าง

รายการเงินที่น่าจะเอามาใช้ได้สำหรับครอบครัวเรา
เงินสด xxxxx บาท
บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ธนาคาร ก xxxxx บาท
บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ธนาคาร ข xxxxx บาท
บัญชีเงินฝากประจำ 15 เดือน ธนาคาร xxxxx บาท
เงินเดือนคุณสามีปีนี้ xxxx บาท
รวม xxxxx บาท

อืม ทีนี้ฉันก็รู้จำนวนเงินที่มีละ แต่ค่าใช้จ่ายต่อเดือนเนี่ยสิ ยังไม่เคยจดเลย คงต้องตั้งงบประมาณจากเงินเดือนคุณสามีไปก่อน แล้วตั้งแต่เดือนนี้เป็นต้นไปก็ต้องจดบันทึกค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมด ดูซิว่ารวมแล้วจะมีค่าใช้จ่ายต่อเดือนอยู่ที่เท่าไหร่ อ้อ ไหนๆก็ไหนแล้ว วันนี้ลองร่างตารางจดบันทึกรายจ่ายครอบครัวดู ออกมาหน้าตาเป็นแบบนี้



ส่วนหมวดรายจ่ายหลักๆก็ตามนี้ละกัน
ค่าเช่า (เช่น ค่าเช่าบ้าน)
หนี้สิน(เช่น ค่าผ่อนรถ ผ่อนบ้าน ชำระยอดค้างจ่ายบัตรเครดิต เงินกู้ประเภทต่างๆ)
อาหาร
ของใช้ในบ้าน
สาธารณูปโภค (เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ)
สื่อสาร (เช่น ค่าบริการโทรศัพท์ อินเตอร์เนต)
รักษาพยาบาล
เดินทาง (เช่น ค่ารถ ค่าน้ำมัน ค่าทางด่วน)
เสื้อผ้า
นันทนาการ (เช่น ดูหนัง ฟังเพลง)
บริการจิปาถะ (เช่น ค่าที่จอดรถ ทิปบริกร)
เงินเลี้ยงดูบุพการี
เงินบริจาค,ทำบุญ
ซ่อมบำรุง (เช่น ค่าล้างแอร์ ค่าซ่อมรถ ทาสีบ้าน)

สรุปผลการบริหารเงินครอบครัว

รายรับต่อเดือน(จากเงินเดือนคุณสามี) xxxx บาท
รายจ่ายต่อเดือน ไม่รู้ เพราะไม่เคยจด
มูลค่าสินทรัพย์ อันนี้ก็ไม่รู้เพราะไม่เคยรวมเหมือนกัน
มูลค่าหนี้สิน โชคดีที่ไม่ได้ก่อหนี้ระยะยาว มีแต่ค่าผ่อนตู้เย็นและค่าใช้จ่ายอื่นๆผ่านบัตรเครดิต แต่ก็ไม่รู้จำนวนอยู่ดีเพราะไม่เคยจดอีกนั่นแหล่ะ

สถานะทางการเงิน: กระแสเงินสดยังดี แต่ส่อแววจะแย่

ความรู้ทางการเงิน -2 เต็ม 10


--------------------------------------------------------------------------------------------------------

คืนวันจันทร์ที่ 31 มกราคม


กรี๊ด พอถึงสิ้นเดือนปรากฏว่าค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในเดือนนี้สูงทะลุงบประมาณที่ตั้งไว้มากถึง 40เปอร์เซ็นต์ ซึ่งพอสรุปค่าใช้จ่ายดูแล้วส่วนใหญ่มาจากหมวดต่างๆดังนี้:

- สาธารณูปโภคโดยเไฟฟ้า
- ค่าเดินทาง(รวมน้ำมันรถ)
- การรับประทานอาหารนอกบ้าน
- ซื้อของกินของใช้จุกจิกจากซุปเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อ
- ซื้อการหนังสือ

เฮ้อ ไม่เคยคิดเลยนะว่าเดือนๆนึงเราจ่ายเงินซื้อของไปมากขนาดนี้ เอาน่า อย่างน้อยตอนนี้ฉันก็ได้รับรู้รายจ่ายของครอบครัวเราจริงๆซะที จะภูมิใจดีหรือจะปาดเหงื่อดีก็ไม่รู้

แต่เมื่อตอนเย็นฉันได้เอาบันทึกค่าใช้จ่ายที่ได้ไปคุยกับคุณสามีเพื่อปรับแผนลดรายการใช้จ่ายในครอบครัวของเราซึ่ง ก็ได้ผลสรุปความคิดเห็นตรงกันเป็น "แผนลดค่าใช้จ่าย" ว่าเราจะ

- ใช้ไฟฟ้าเท่าที่จำเป็น
- วางแผนการเดินทาง
- ซื้อของอย่างมีแบบแผนตามรายการที่จดไว้
- ลดการทานข้าวนอกบ้านเหลือสัปดาห์ละครั้งและเลือกร้านที่ราคาเหมาะสม
- ส่วนเรื่องหนังสือฉันจะใช้วิธีไปสมัครสมาชิกห้องสมุดใกล้บ้านแทนซึ่งก็น่าจะทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายตรงนี้ไปได้เยอะทีเดียว ส่วนเล่มไหนที่อยากมีเก็บไว้จริงๆก็จดๆชื่อไว้แล้วรอซื้อตอนที่มีรายการลดราคา เช่น ในงานสัปดาห์หนังสือแทน

ส่วนจะเห็นผลมั้ยเดี๋ยวเดือนหน้าคงต้องมาดูกันอีกที


สรุปผลการบริหารเงินครอบครัว

รายรับต่อเดือน(จากเงินเดือนคุณสามีเหมือนเดิม) xxxx บาท
รายจ่ายต่อเดือน xxxxx บาท
ส่วนต่าง -xxxx บาท
มูลค่าสินทรัพย์ xxxxx บาท
มูลค่าหนี้สิน xxxxx บาท

สถานะทางการเงิน: กระแสเงินสดติดลบแดงแจ๋ ต้องใช้เงินเก็บมาขัดตาทัพไปก่อน

ความรู้ทางการเงิน -1 เต็ม 10 ให้คะแนนตัวเองเพิ่ม 1 คะแนน อย่างน้อยก็รู้ตัวเลขรายจ่ายต่อเดือนแล้ว ถึงจะยังติดลบอยู่ก็ตาม







======ไม่ใช่เนื้อหา แต่แปะไว้ก่อนเผื่อใช้=======================
---สำหรับบันทึกรายจ่ายครอบครัว ฉันก็เริ่มจากการจดบันทึกรายจ่ายทุกอย่างที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน แม้ยังไม่รู้เรื่องงบการเงินส่วนบุคคลเลยว่ามีหลักการอย่างไรบ้าง แต่อย่างไรก็ตามการจดบันทึกก็ทำให้เรามีข้อมูลดิบที่จำเป็นสำหรับงบการเงินส่วนบุคคลซึ่งจะกล่าวถึงในบทต่อๆไป และบันทึกรายจ่ายจะช่วยให้เรามองเห็นพฤติกรรมการใช้จ่ายของตนเองอย่างชัดเจนมากขึ้นว่าเราได้ใช้จ่ายเงินของเราไปในเรื่องอะไรมากที่สุด และได้ใช้อย่างเหมาะสมแล้วหรือไม่---

--สิ่งที่เห็นผลได้ทันทีคือในเดือนถัดมาค่าใช้จ่ายก็กลับมาอยู่ในงบประมาณ ทั้งๆที่มีค่าใช้จ่ายไม่คาดฝันเกิดขึ้นจากค่าซ่อมรถที่เกิดจากการโดนมอเตอร์ไซค์เฉี่ยวชนก็ตาม--

Download: บัญชีรายจ่ายประจำเดือน

วันอังคารที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

แนะนำตัวกันก่อน

สวัสดีค่ะ ตอนนี้ผู้เขียนกำลังสนใจการบริหารการเงินของตัวเองอยู่เพราะได้ยินเรื่องการใช้เงินทำงานมานานแล้ว แต่ยังไม่เคยได้ใช้มันทำงานจริงๆซักที ปัจจุบันนี้ไม่สามารถไปทำงานหาเงินในฐานะลูกจ้างประจำเหมือนเคยได้ เนื่องจากมีเจ้าตัวเล็กที่ยังต้องดูแลอยู่ เลยจำเป็นต้องหาวิธีมาบริหารเงินที่มีอยู่และเพิ่มช่องทางหารายได้โดยไม่ต้องทำงานประจำ แต่ส่วนจะเป็นอย่างไรต่อไปนั้น โปรดติดตาม SmartMoney Diary บันทึกนักบริหารการเงิน(ส่วนบุคคล)ฝึกหัด ตอนต่อๆไปได้ในทุกๆวันอังคาร เวลา 8 โมงเช้า เริ่มวันที่ 1 มีนาคม 2011 นี้ ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่านอกจากผู้เขียนจะค้นพบทางเดินสู่อิสรภาพทางการงเงินของตัวเองแล้วยังสามารถแบ่งปันสิ่งที่ได้เรียนรู้กับผู้อ่านเพื่อนำไปใช้ในการสร้างแผนที่ทางเดินสู่อิสรภาพทางการเงินของตนเองด้วยเช่นกัน

อ้อ แต่ต้องออกตัวก่อนนะคะว่าตอนนี้เป็นเพียงผู้ที่กำลังฝีกหัดวิทยายุทธในการบริหารเงิน เพราะฉะนั้นหากท่านผู้รู้ท่านใดได้บังเอิญผ่านมาอ่านข้อความในบล๊อคนี้ก็กรุณาให้คำแนะนำด้วยนะคะ ยังไงก็ฝากเนื้อฝากตัวด้วยค่า